PPPD อาการเวียนศีรษะเรื้อรังที่หลายคนไม่รู้จัก

PPPD คืออะไร?

PPPD ย่อมาจาก Persistent Postural-Perceptual Dizziness หรือภาษาไทยเรียกว่า “อาการเวียนศีรษะเรื้อรังจากการรับรู้ท่าทางและการเคลื่อนไหว” เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมึนหัว โคลงเคลง เหมือนตัวลอย หรือเหมือนยืนอยู่บนเรือ ติดต่อกันเป็นเวลานาน 3 เดือนขึ้นไป โดยที่ตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติชัดเจน PPPD ไม่ใช่โรคที่เกิดจากการ “คิดไปเอง” แต่เป็นโรคที่สมองและระบบทรงตัวทำงานผิดปกติจริง ๆ

อาการของ PPPD

ผู้ป่วยมักมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างต่อไปนี้:
• รู้สึกมึนหัว ไม่ใช่บ้านหมุน แต่เหมือนลอย ๆ โคลง ๆ
• รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนเรือ หรือเดินบนพื้นนุ่ม
• ทรงตัวไม่มั่นคง โดยเฉพาะตอนยืนหรือเดิน
• อาการแย่ลงเมื่อ:
◦ ยืนหรือเดินนาน ๆ
◦ อยู่ในที่คนเยอะ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต
◦ มองภาพเคลื่อนไหว เช่น ดูทีวี เลื่อนหน้าจอมือถือ ขับรถ
◦ อยู่ในที่ที่มีลายเส้นเยอะ ๆ เช่น ลายพื้น ลายผ้าม่าน
• อาการดีขึ้นเมื่อนั่งหรือนอนพัก
• มักมีความเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าร่วมด้วย
อาการเหล่านี้จะเป็นเกือบทุกวัน อย่างน้อย 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน

สาเหตุของ PPPD

PPPD มักเกิดตามหลังเหตุการณ์ที่กระทบระบบทรงตัว เช่น:

  1. โรคเวียนศีรษะอื่น ๆ เช่น หินปูนในหูเคลื่อน (BPPV), น้ำในหูชั้นในไม่เท่ากัน (Meniere’s disease), เส้นประสาททรงตัวอักเสบ (Vestibular neuritis)
  2. ภาวะวิตกกังวล หรือ Panic attack
  3. ไมเกรนชนิดที่มีอาการเวียนศีรษะ (Vestibular migraine)
  4. อุบัติเหตุทางสมอง หรือศีรษะกระทบกระเทือน
  5. ความเครียดสะสม หรือเหตุการณ์กระทบจิตใจรุนแรง

หลังเหตุการณ์เริ่มต้น สมองเกิดการ “เรียนรู้ผิด” คือเริ่มจับตามองท่าทางและการเคลื่อนไหวมากเกินไป จนทำให้รู้สึกเวียนแม้ร่างกายจะหายดีแล้ว

PPPD ต่างจากบ้านหมุนทั่วไปอย่างไร?

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากเกณฑ์ต่อไปนี้:

  1. มีอาการเวียนหัว ไม่มั่นคง หรือลอย ๆ เกือบทุกวัน อย่างน้อย 3 เดือน
  2. อาการเป็นโดยไม่ต้องมีตัวกระตุ้น แต่จะแย่ลงเมื่อยืน เดิน หรือมองภาพเคลื่อนไหว
  3. มีเหตุการณ์เริ่มต้นที่กระทบระบบทรงตัว
  4. อาการรบกวนชีวิตประจำวันชัดเจน
  5. ตรวจหาสาเหตุอื่นแล้วไม่พบ

แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจการได้ยิน ตรวจการทรงตัว หรือ MRI สมอง เพื่อแยกโรคอื่น

ผลตรวจจะได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์จะนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนในการรักษาต่อไปด้วยยาปฏิชีวนะ ร่วมกับยาลดกรดขนาดสูง เป็นระยะเวลา 10-14 วัน  ซึ่งหากเลือกยาที่ดีแล้ว โอกาสที่หายขาด มีสูงถึง 90%

การรักษา

PPPD รักษาได้ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทน วิธีรักษาหลักมี 3 อย่าง:

1. การฟื้นฟูระบบทรงตัว (Vestibular Rehabilitation)

เป็นการทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ให้สมอง “เรียนรู้ใหม่” ว่าจะปรับตัวกับการเคลื่อนไหวอย่างไร เช่น

  • ฝึกกลอกตา
  • ฝึกการทรงตัว
  • ฝึกเดินในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
  • ค่อย ๆ เพิ่มการเผชิญสิ่งกระตุ้น

2. ยา

แพทย์อาจให้ยากลุ่ม SSRI หรือ SNRI ซึ่งเป็นยาปรับสารสื่อประสาทในสมอง (เป็นยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล แต่ใช้ได้ผลกับ PPPD ด้วย) ยาเหล่านี้ต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์จึงเห็นผล

3. การบำบัดทางจิตใจ (CBT)

Cognitive Behavioral Therapy หรือการบำบัดความคิดและพฤติกรรม ช่วยลดความวิตกกังวลที่มากระตุ้นอาการ และปรับวิธีคิดเกี่ยวกับอาการเวียน

ผู้ป่วยทำอะไรได้ด้วยตนเองบ้าง?

  • อย่าหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว เพราะยิ่งหลบยิ่งแย่ลง ค่อย ๆ ฝึกเผชิญทีละน้อย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดิน โยคะ ไทเก๊ก
  • นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
  • จัดการความเครียดด้วยการหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ
  • ลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
  • อย่าเอาแต่จดจ่อกับอาการ เพราะยิ่งสนใจยิ่งรู้สึกมากขึ้น
  • ใช้ชีวิตปกติให้มากที่สุด ไปทำงาน ออกไปข้างนอก ไม่ต้องอยู่แต่บ้าน

ข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องเข้าใจ

  • PPPD ไม่อันตรายถึงชีวิต ไม่ใช่เนื้องอกสมอง ไม่ใช่อัมพาต
  • ไม่ใช่โรคทางจิต แต่เป็นความผิดปกติของระบบประสาทจริง
  • หายได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นมากเมื่อรักษาถูกวิธี
  • ต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงปีในการฟื้นตัวเต็มที่
  • อย่าสิ้นหวัง การถอยออกจากชีวิตประจำวันจะทำให้แย่ลง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ ?

ควรไปพบแพทย์หาก:

  • เวียนหัวต่อเนื่องเกิน 1 เดือน
  • ทรงตัวไม่ได้จนกระทบชีวิตประจำวัน
  • เริ่มไม่กล้าออกจากบ้าน
  • มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวลร่วม
  • เคยตรวจหลายโรงพยาบาลแล้วยังไม่พบสาเหตุ

ควรปรึกษาแพทย์หู คอ จมูก หรือแพทย์ระบบประสาทที่เฉพาะทางด้านการทรงตัว

PPPD เวียนหัวเรื้อรัง เป็นโรคที่พบบ่อยกว่าที่คิด แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเวียนศีรษะเรื้อรัง ตรวจหลายที่แล้วไม่พบโรค อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองคิดไปเอง ลองปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจดู PPPD เพราะการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

________________________________________________________________________________________________________________

นพ.สหรัฐ อังศุมาศ (ว.39138)

อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท

บทความทางการแพทย์
แพ็กเกจและโปรโมชั่น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน

ตั้งค่าคุกกี้