วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็ก

31-08-2020

วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็ก
วัคซีนพื้นฐาน คือวัคซีนที่เด็กๆ ทุกคนควรได้ตั้งแต่แรกเกิดซึ่งวัคซีนที่จำเป็นแต่ละชนิดควรได้รับตามวัยของลูกน้อย เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและป้องกันโรคภัยต่างๆ เพราะการฉีดวัคซีนจะช่วยสร้างภูมิต้านทานของโรคให้แก่เด็กในระยะยาว

วัคซีนทารกแรกเกิด
  1. วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG Vaccine) ฉีดให้เด็กก่อนออกจากโรงพยาบาล
  2. วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) เข็มที่ 1 ฉีดภายใน 24 ชั่วโมงหลังเด็กเกิด
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 1 เดือน
  1. วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) เข็มที่ 2
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน
  1. วัคซีนรวม 5 โรค (วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป )  เข็มที่ 1(สำหรับอายุ 2 เดือน) ,เข็มที่ 2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)
  2. วัคซีนไวรัสโรต้า (RV) ป้องกันโรคท้องร่วงหยอดเข้าที่ปาก ครั้งที่1 (สำหรับอายุ 2 เดือน) ,ครั้งที่2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)
  3. วัคซีนเสริม : วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ  (IPD) ครั้งที่ 1(สำหรับอายุ 2 เดือน) ,ครั้งที่ 2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 6 เดือน
  1. วัคซีนรวม 6 โรค (วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป-วัคซีนตับอักเสบบี)  เข็มที่ 3
  2. วัคซีนไวรัสโรต้า (RV) ป้องกันโรคท้องร่วง ครั้งที่ 3
  3. วัคซีนเสริม : วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ  (IPD) ครั้งที่ 3
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 9-12 เดือน
  1. วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและคางทูม (MMR) เข็มที่ 1
  2. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี เข็มที่ 1
  3. วัคซีนเสริม : วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 1 โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน1 เดือนในครั้งแรก หลังจากนั้นแนะนำฉีดปีละครั้ง
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 12-15 เดือน
  1. วัคซีนเสริม : วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวม เข็มที่ 4
  2. วัคซีนเสริม : วัคซีนอีสุกอีใส เข็มที่ 1
  3. วัคซีนเสริม : วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 1 ชนิดไม่มีชีวิตให้ 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 18 เดือน
  1.วัคซีนรวม 5 โรค (วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป) เข็มที่ 4

วัคซีนเด็กช่วงอายุ 2-4 ปี
  1. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มที่ 2 (แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุ 2-2 ½ ปี)
  2. วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและคางทูม (MMR) เข็มที่ 2
  3. วัคซีนอีสุกอีใส เข็มที่ 2
วัคซีนเด็กช่วงอายุ 4-6 ปี
  1. วัคซีนรวม 4 โรค (วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ)เข็มที่ 5

วัคซีนเด็กช่วงอายุ 11-12 ปี
  1. วัคซีนเสริม : วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก–ไอกรน (TdaP) กระตุ้น 1 เข็ม จากนั้นฉีดกระตุ้นด้วย Td ทุก 10 ปี
  2. วัคซีนเสริม : วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี (HPV) ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปโดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน (ฉีดได้ทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย โดยในเด็กผู้ชายนั้นสามารถป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย)
การปฏิบัติตัวสำหรับการรับวัคซีน
  • ควรนำสมุดบันทึกวัคซีนมาด้วยทุกครั้ง
  • ไม่ควรรับวัคซีนขณะที่มีไข้สูง หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ยกเว้นเป็นหวัด ท้องเสียโดยไม่มีไข้สามารถรับ วัคซีนได้
  • หากเคยฉีดยาแล้วมีอาการแพ้ยา แพ้อาหาร เช่น มีอาการแพ้ไข่แบบรุนแรง กรุณาแจ้งกุมารแพทย์หรือพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย

ควรตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนตับอักเสบบีหรือไม่ แนะนำในกลุ่มไหน
                ในเด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี หลังจากได้รับวัคซีนครบแล้ว แนะนำให้ตรวจภูมิคุ้มกันต่อตับอักเสบบี ที่อายุประมาณ 9-12 เดือน เพื่อยืนยันว่ามีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบีจริง และยืนยันว่าไม่ติดไวรัสชนิดนี้ด้วย


วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน มีอาการข้างเคียงที่สำคัญอย่างไร
                อาการข้างเคียงที่สำคัญหลังฉีดวัคซีนชนิดนี้ คือ ไข้สูง ร้องกวน ตัวอ่อนปวกเปียก มักเกิดในช่วง 48 ชั่วโมงหลังจากฉีดวัคซีน หากใช้วัคซีนไอกรนชนิดไม่มีเซลล์โอกาสเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้จะลดลง อาการทางสมองที่รุนแรง (encephalopathy) ที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนภายใน 7 วัน ถือเป็นข้อห้ามในการรับวัคซีนไอกรนทุกชนิด แต่อย่างไรก็ตามพบได้น้อยมาก ให้ใช้วัคซีนคอตีบ บาดทะยักแทน แต่ถ้ามีอาการแพ้แบบรุนแรง (anaphylaxis) เป็นข้อห้ามในการรับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ทุกชนิด


ทำไมต้องฉีดวัคซีนโปลิโอตอนอายุ 4 เดือนร่วมกับหยอดโปลิโอด้วย
                ปัจจุบันวัคซีนโปลิโอชนิดกิน (OPV) มีส่วนประกอบเป็นเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ 1 และ 3 เท่านั้น ไม่มีเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ที่ 2 เนื่องจากไม่พบการระบาดของสายพันธุ์นี้ และคาดว่ากำจัดได้หมดแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันการระบาดใหม่ที่อาจพบได้จากเชื้อในธรรมชาติ จึงต้องรับวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด (IPV) ที่มีทั้ง 3 สายพันธุ์ ซึ่งพบว่า เมื่อให้ IPV 1 เข็ม ที่อายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดี จึงแนะนำให้เด็กอายุ 4 เดือน ที่รับวัคซีน OPV ต้องรับวัคซีน IPV ด้วย


วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ควรเริ่มให้อายุเท่าไหร่ กี่เข็ม
                ปัจจุบันแนะนำให้เริ่มให้ MMR เข็มแรกที่อายุ 9 เดือน-1 ปี การที่รับวัคซีนก่อนหน้าเร็วเกินไป วัคซีนจะไม่สามารถกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันเนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกันแม่ที่ยังหลงเหลืออยู่ ขัดขวางการสร้างภูมิในตัวของเด็ก เข็มที่สองให้เมื่ออายุ 2 ปี 6 เดือน


วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็น ต่างจากชนิดเดิมอย่างไร
                วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีปัจจุบัน ผลิตจากไวรัสที่อ่อนกำลังลง นำมาทดแทนวัคซีนเดิมที่ผลิตมาจากเชื้อตาย วัคซีนชนิดเชื้อเป็นที่อ่อนกำลังต้องฉีด 2 เข็ม มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับวัคซีนเชื้อตายที่ต้องฉีด 3 เข็ม และอาจพบผลข้างเคียง เช่น ปวด บวม แดง ร้อน ไข้ ปวดศีรษะ ลมพิษ หรือภาวะสมองอักเสบเฉียบพลันได้ อย่างไรก็ตามวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็นนี้ห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง


วัคซีนเอชพีวี สามารถให้ในเด็กชายได้หรือไม่
                สามารถให้ได้ วัคซีนนี้สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งที่ทวารหนักได้ แต่ปัจจุบันวัคซีนนี้ยังไม่ได้บรรจุเป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กชายไทย วัคซีนเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์มีประโยชน์ในการป้องกันโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศและทวารหนักได้ด้วย


ถ้าได้รับวัคซีนไม่ครบ จำเป็นต้องเริ่มฉีดใหม่หมดหรือไม่
ไม่ต้องเริ่มนับใหม่ ให้ฉีดต่อจนครบ
แชร์ไปยัง :

" patRangsit คุณภาพ มาตรฐานสากล "

COPYRIGHT 2019 PATRANGSIT. ALL RIGHTS RESERVED