ฮอร์โมนเพศชายต่ำ สังเกตได้อย่างไร?

ฮอร์โมนเพศชายต่ำคืออะไร?

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Testosterone deficiency) คือภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการหรืออาการแสดงที่สอดคล้องกับการขาดฮอร์โมนเพศชาย ร่วมกับผลตรวจเลือดยืนยันว่าระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำกว่าปกติ ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว
Testosterone มีบทบาทต่อความต้องการทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ การสร้างอสุจิ มวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก ระดับพลังงาน อารมณ์ และคุณภาพชีวิต
ระดับฮอร์โมนเพศชายอาจลดลงตามอายุได้บ้าง แต่ผู้ชายสูงอายุจำนวนมากยังคงมีระดับฮอร์โมนปกติ ดังนั้นการวินิจฉัยต้องอาศัยทั้งอาการร่วมกับผลตรวจเลือด ไม่ใช่อายุเพียงอย่างเดียว
ภาวะนี้อาจสัมพันธ์กับโรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคเรื้อรัง ความผิดปกติของอัณฑะ ต่อมใต้สมอง หรือผลจากยาบางชนิด

อาการที่อาจพบ

1. ความต้องการทางเพศลดลง

2. อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่ดีหรือแข็งตัวไม่เต็มที่ ทั้งนี้ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศส่วนใหญ่เกิดจากโรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ยาบางชนิด หรือปัจจัยทางจิตใจร่วมด้วย

3. การแข็งตัวตอนเช้าลดลง ซึ่งเป็นเพียงสัญญาณหนึ่ง ไม่สามารถใช้วินิจฉัยได้เพียงอย่างเดียว

4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย พลังงานลดลง

5. มวลกล้ามเนื้อลดลง ไขมันหน้าท้องเพิ่มขึ้น

6. อารมณ์ซึมลง ขาดแรงจูงใจ หงุดหงิดง่าย สมาธิลดลง

7. นอนหลับไม่มีคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

8. ขนตามร่างกายลดลง เต้านมโต หรืออัณฑะมีขนาดเล็กลง

9. มีบุตรยาก

การตรวจวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดวัด Total Testosterone ในช่วงเช้า (ประมาณ 7.00–10.00 น.) หากผลต่ำควรตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
ในบางรายอาจตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ LH, FSH, Prolactin, SHBG, Estradiol (ตามข้อบ่งชี้), CBC, Hematocrit และ PSA ตามอายุ ความเสี่ยง และข้อบ่งชี้ก่อนเริ่มการรักษา

การรักษา

แนวทางรักษาขึ้นกับสาเหตุ อายุ โรคร่วม ความรุนแรงของอาการ และแผนการมีบุตร ได้แก่
• ปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย นอนหลับเพียงพอ
• รักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
• พิจารณาฮอร์โมนเพศชายทดแทนเฉพาะผู้ที่มีอาการร่วมกับผลตรวจยืนยันว่าฮอร์โมนต่ำ และไม่มีข้อห้าม
• ผู้ที่ยังต้องการมีบุตรควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มรักษา เนื่องจาก Testosterone ทดแทนอาจกดการสร้างอสุจิ

ข้อควรรู้

• ไม่ควรซื้อฮอร์โมนหรืออาหารเสริมมาใช้เอง
• การวินิจฉัยต้องอาศัยทั้งอาการและผลตรวจเลือด
หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะหรืออายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

  • Endocrine Society. Testosterone Therapy for Hypogonadism Guideline Resources. 2018.
    ใช้อ้างอิงเรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ โดยควรมีอาการร่วมกับระดับ Testosterone ที่ต่ำอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ รวมถึงแนวทางการตรวจยืนยันผลเลือดช่วงเช้า
  • Endocrine Society. Hypogonadism in Men. 2022.
    ใช้อ้างอิงข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการ การวินิจฉัย และการตรวจเลือด โดยระบุว่าการวินิจฉัยควรมีผลตรวจ Testosterone ต่ำจากการตรวจเลือดช่วงเช้าอย่างน้อย 2 ครั้ง ร่วมกับอาการที่เข้าได้กับภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ
  • Cleveland Clinic. Low Testosterone: Symptoms, Causes and Treatment. Updated 2026.
    ใช้อ้างอิงเรื่องอาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษาภาวะ Testosterone ต่ำ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลีย มวลกล้ามเนื้อลดลง อารมณ์เปลี่ยน และภาวะมีบุตรยาก
  • Mayo Clinic. Male hypogonadism: Symptoms and causes.
    ใช้อ้างอิงคำจำกัดความ อาการ และสาเหตุของภาวะ hypogonadism ในผู้ชาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมน Testosterone หรือการสร้างอสุจิที่ลดลง
  • Mayo Clinic. Male hypogonadism: Diagnosis and treatment. Updated 2024.
    ใช้อ้างอิงเรื่องการวินิจฉัยและแนวทางการรักษา รวมถึงอาการที่อาจดีขึ้นจากการรักษา เช่น ความต้องการทางเพศ พลังงาน ขนตามร่างกาย มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูก

พญ. ณัฐรดี เกียรติปรุงเวช (ว.49856)

ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย

บทความทางการแพทย์
แพ็กเกจและโปรโมชั่น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน

ตั้งค่าคุกกี้