
ไขข้อสงสัย "อาการหูอื้อ" เกิดจากอะไร?
อาการ "หูอื้อ" หรือการได้ยินที่ลดลงไปจากภาวะปกติ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยพยาธิสภาพของอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง ไปจนถึงหูชั้นในหูชั้นใน ส่วนที่ฝังอยู่ในฐานกะโหลกที่ต่อมาจากหูชั้นกลาง ซึ่งหูชั้นในมีทั้งระบบการได้ยินและระบบการทรงตัว
องค์ประกอบของหู
- หูชั้นนอก เริ่มตั้งแต่ใบหู รูหู ไปจนถึงแก้วหู
- หูชั้นกลาง พื้นที่หลังแก้วหูจะมีช่องว่างและ ท่อปรับอากาศ (Eustachian Tube) ที่เชื่อมไปเปิดที่หลังโพรงจมูก ภายในมีกระดูกค้อน ทั่ง และโกลน ซึ่งต่อจากแก้วหูทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงส่งต่อไปยังหูชั้นใน
- หูชั้นใน ส่วนที่ฝังอยู่ในฐานกะโหลก ต่อมาจากหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของทั้ง ระบบการได้ยิน และ ระบบการทรงตัว
สาเหตุอาการหูอื้อ ที่พบบ่อย
- ขี้หูอุดตัน สามารถให้เพื่อนช่วยส่องไฟเข้าไปดูในช่องหูทั้ง 2 ข้างเปรียบเทียบกันถ้ามีขี้หูจะเห็นเป็นสีดำ/เหลือง แต่ถ้ามองเข้าไปลึกไม่มีขี้หูจะเห็นแก้วหูเป็นสีขาววาวสะท้อนแสง การแก้ไขใช้ยาละลายขี้หูเพื่อให้ขี้หูเหลวอ่อนไหลออกมา หรือพบแพทย์เฉพาะทางเลือกใช้อุปกรณ์ในการทำความสะอาดหู
- ช่องหูอักเสบ รูหูบวมทำให้หูอื้อจะมีอาการปวดร่วมด้วย กดรอบหูจะเจ็บปวด ตรวจพบมีช่องหูบวมแคบลง แก้ไขโดยแพทย์เป็นผู้พิจารณาใช้ยาหรือร่วมกับทำความสะอาดหูถ้าช่องหูบวมมากอาจต้องใส่สำลีเพื่อให้หยอดยาเข้าไปถึงบริเวณที่อักเสบได้
- แก้วหูอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หูจะอื้อ มีอาการปวดลึกๆอาจมีหนองไหลออกมาร่วมด้วย ตรวจช่องหูจะปกติแต่แก้วหูจะบวมแดงหรือพองน้ำ อาจพบมีรอยรั่วหรือมีหนองไหลออกมาจากหูชั้นกลาง แก้ไขโดยแพทย์พิจารณาใช้ยาและทำความสะอาดหูหากมีขี้หู หนอง เนื้อตาย
- ท่อปรับแรงดันอากาศ (Eustachian tube) อักเสบ ตรวจช่องหูแก้วหูจะดูปกติหรือแก้วหูอาจยุบตัวลง อาจปวดอึดอัดเล็กน้อย หูอื้อเป็นบางครั้ง เคลียร์แรงดันในหูชั้นกลางแล้วหายเป็นช่วงๆ ถ้าเป็นซ้ำบ่อยๆหรือนานแพทย์จะพิจารณาตรวจดูในจมูกและหลังโพรงจมูกเพื่อแยกจากการมีก้อนเนื้องอกขวางทางเปิดท่อปรับอากาศที่อยู่หลังโพรงจมูก การรักษาเป็นการพิจารณาใช้ยาโดยแพทย์ร่วมกับสอนผู้ป่วยฝึกการปรับแรงดันหูด้วยวิธีต่างๆ
- การบาดเจ็บต่อช่องหูแก้วหูหรือกระดูกค้อน ทั่ง โกลน ที่อยู่ในหูชั้นกลาง สาเหตุในข้อนี้มักมีประวัติอุบัติเหตุต่างๆ แพทย์จะตรวจร่างกายร่วมกับพิจารณาใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษอื่นๆรวมทั้งภาพทางรังสี การแก้ไขพิจารณาตามสาเหตุที่ตรวจพบว่าผิดปกติ
- หูชั้นในเสื่อมฉับพลัน ข้อนี้สำคัญมาก สามารถแยกจากหูอื้อด้วยตัวเองเบื้องต้นโดยใช้วิธีการที่เรียกว่า Humm sign ถ้าหูชั้นในเสื่อมการได้ยินเสียงที่กระทบฟันจะไปข้างที่ดีกว่าแต่ถ้าเป็นหูอื้อจากสาเหตุก่อนหน้านี้จะมีเสียงสะเทือนจากฟันไปข้างที่มีอาการอื้อ
การดูแลและรับมือเบื้องต้นเมื่อมีอาการ "หูอื้อฉับพลัน"
- ไม่แคะ ปั่นหู หรือนำน้ำหยอดใส่หู
- ปรับแรงดันหูชั้นกลางด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี โดยการปิดจมูก ปิดปาก กลืนน้ำลาย หรือเป่าลมออกทางจมูกเบาๆ ให้เกิดเสียงดัง กรึก ในหูเพื่อช่วยเปิดท่อปรับแรงดัน
- ทดสอบอาการเบื้องต้นด้วยการทำ Humm sign เม้มปาก กัดฟัน และกระแทกเสียง ฮึม ในลำคอ สังเกตว่าเสียงจากฟันสะเทือนไปหูทั้ง 2 ข้าง เท่ากันหรือไม่ หากเสียงวิ่งไปข้างที่หูอื้อ มักเกิดจากระบบนำเสียงบกพร่อง แต่ถ้าเสียงวิ่งไปข้างที่ดี อาจเป็นความผิดปกติของหูชั้นใน ควรรีบพบแพทย์ทันที
- ให้คนรอบข้างช่วยตรวจเช็กหูเบื้องต้น หากทดสอบด้วยตัวเองแล้วยังไม่แน่ใจ สามารถให้คนใกล้ชิดช่วยส่องไฟดูภายรูหู โดยส่องเทียบกัน 2 ข้าง เพื่อสังเกตว่ามีขี้หูอุดตัน หรือสิ่งแปลกปลอมตกค้างในภายในช่องหูหรือไม่
- หากไม่พบสาเหตุที่แท้จริงแนะนำให้รีบพบแพทย์
หากมีอาการหูอื้อเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ช่วง 72 ชั่วโมงแรก ควรรีบหาสาเหตุและได้รับการตรวจรักษาโดยเร็ว โดยเฉพาะหากเกิดจากภาวะ ประสาทหูเสื่อมฉับพลัน การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีภายใน 72 ชั่วโมงแรก หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสในการฟื้นฟูและกู้คืนการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติ